สี่แยกที่รถวิ่งมาจากหลายทิศทาง ปลอดภัยได้เพราะทุกคนเชื่อว่าคนอื่นจะทำตามสัญญาณไฟ คนที่ได้ไฟเขียวออกตัวโดยไม่คิดว่าจะมีใครฝ่าไฟแดงเข้ามากลางแยก การฝ่าไฟแดงจึงอันตรายมาก เพราะเป็นจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ได้ระวังเลย
ปัญหาที่พบบ่อยไม่ได้เกิดเฉพาะคนที่ตั้งใจฝ่า แต่เกิดจาก "ไฟเหลือง" ที่หลายคนตีความว่าให้เร่ง บทความนี้สรุปความหมายของไฟแต่ละแบบตามกฎหมาย โทษ และวิธีที่ใบสั่งจากกล้องส่งมาถึงเรา
ความหมายของสัญญาณไฟตามกฎหมาย
มาตรา 22 พ.ร.บ.จราจรทางบก กำหนดไว้ดังนี้
| สัญญาณ | ต้องทำอย่างไร |
|---|---|
| ไฟเหลืองอำพัน | เตรียมหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เว้นแต่รถเลยเส้นหยุดไปแล้วจึงให้ไปต่อได้ |
| ไฟแดง หรือป้ายสีแดงคำว่า "หยุด" | หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด |
| ไฟเขียว หรือป้ายสีเขียวคำว่า "ไป" | ไปได้ เว้นแต่มีเครื่องหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น |
| ลูกศรสีเขียว (หรือไฟแดงพร้อมลูกศรเขียว) | ไปตามทิศที่ลูกศรชี้ได้ ด้วยความระมัดระวัง และต้องให้คนเดินเท้าในทางข้ามกับรถที่มาทางขวาไปก่อน |
| ไฟแดงกะพริบ | หยุดหลังเส้นก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางจึงไปต่อด้วยความระมัดระวัง |
| ไฟเหลืองกะพริบ | ลดความเร็ว และผ่านไปด้วยความระมัดระวัง |
มาตรา 22 ยังกำหนดว่า คนที่จะตรงไปต้องอยู่ในช่องที่มีเครื่องหมายให้ตรงไป ส่วนคนที่จะเลี้ยวต้องอยู่ในช่องเลี้ยว ตั้งแต่จุดที่เริ่มมีเครื่องหมายแสดง ไม่ใช่เบียดเปลี่ยนช่องตอนถึงปากแยก
ไฟแดงต้องหยุดแม้จะเลี้ยวซ้าย เว้นแต่มีลูกศรเขียวหรือเครื่องหมายจราจรที่อนุญาตให้เลี้ยวซ้ายผ่านได้
โทษ
- ฝ่าไฟแดงหรือป้าย "หยุด" ปรับเป็นพินัยไม่เกิน 4,000 บาท ตาม มาตรา 152
- ถูกตัด 2 คะแนน ซึ่งมากกว่าความผิดทั่วไปที่ตัด 1 คะแนน ถ้าฝ่า 6 ครั้งภายในช่วงที่คะแนนยังไม่คืน คะแนนจะหมดและถูกพักใช้ใบขับขี่ (ดู ระบบตัดคะแนนใบขับขี่)
ไฟเหลือง: หยุดหรือไป
กฎหมายเขียนชัดว่าไฟเหลืองคือ "เตรียมหยุด" ไม่ใช่สัญญาณให้เร่ง หลักคิดง่าย ๆ คือ
- ถ้าหยุดหลังเส้นได้อย่างปลอดภัย ให้หยุด ค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งแล้วเบรกนุ่ม ๆ
- ถ้ารถเลยเส้นหยุดไปแล้ว กฎหมายให้ไปต่อได้ ให้ผ่านแยกไปด้วยความระมัดระวัง อย่าเบรกกลางแยก
- อย่าเร่งเพื่อให้ทันไฟ เพราะยิ่งเร็ว ระยะเบรกก็ยิ่งยาว ถ้ามีคนหรือรถโผล่มา จะหยุดไม่ทัน
วิธีที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นคือ ชะลอตั้งแต่เห็นแยกข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อไฟเขียวติดมานานแล้ว และเว้นระยะจากรถคันหน้าให้พอ ตาม มาตรา 40 จะได้ไม่ต้องเลือกระหว่างเบรกแรงกับฝ่าไฟ
ไฟเขียวแล้ว ก็ยังต้องดู
- ก่อนออกตัว มองซ้ายขวาสักครู่ เพราะอาจมีรถจากอีกทางที่ฝ่าไฟแดงเข้ามา
- ไฟเขียวแต่ข้างหน้าแยกรถยังติด อย่าเข้าไปค้างกลางแยก เพราะจะกีดขวางรถทางอื่นเมื่อไฟเปลี่ยน
- เลี้ยวตามลูกศรเขียว ต้องให้คนเดินเท้าที่อยู่ในทางข้ามไปก่อน
- มอเตอร์ไซค์ที่รอไฟแดง ควรหยุดหลังเส้นเช่นเดียวกับรถยนต์ ไม่ไหลเข้าไปจอดทับทางม้าลาย และไม่ออกตัวก่อนไฟเขียว เพราะรถจากทางอื่นอาจยังวิ่งผ่านแยกอยู่
ถ้ามีรถพยาบาลหรือรถฉุกเฉินเปิดสัญญาณอยู่ข้างหลังขณะติดไฟแดง ให้ขยับหลบเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย โดยไม่พุ่งเข้าไปกลางแยกจนเสี่ยงชนรถทางอื่น ทางที่ดีคือมองซ้ายขวาให้แน่ใจก่อนขยับทุกครั้ง
กล้องตรวจจับและใบสั่งทางไปรษณีย์
มาตรา 140 ให้เจ้าพนักงานจราจรพบการกระทำผิดได้ทั้งด้วยตนเองและ ด้วยเครื่องอุปกรณ์ เช่น กล้อง ถ้าไม่พบตัวผู้ขับ สามารถส่งใบสั่งพร้อมหลักฐานทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถ
มาตรา 140/1 กำหนดต่อว่า
- ให้ถือว่าเจ้าของรถได้รับใบสั่งเมื่อพ้น 15 วันนับจากวันส่ง เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับ
- เมื่อได้รับแล้ว กฎหมายสันนิษฐานว่า เจ้าของรถเป็นผู้กระทำผิด เว้นแต่จะแจ้งพนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน ว่าคนอื่นเป็นผู้ขับและผู้นั้นยอมรับ หรือแสดงหลักฐานให้เชื่อได้ว่าตนไม่ได้ขับ
ถ้าให้คนอื่นยืมรถ จึงควรรู้ไว้ว่าใบสั่งจะมาถึงชื่อเรา ตรวจใบสั่งได้ในระบบ PTM ของตำรวจ (ดู จ่ายค่าปรับจราจรออนไลน์) และระวัง SMS หรือลิงก์ปลอมที่อ้างว่าเป็นใบสั่ง
💡 ถ้ามีใบสั่งแล้วไม่ชำระโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะถูกตัดคะแนนเพิ่มอีก 1 คะแนน เช็กใบสั่งค้างในระบบ PTM เป็นระยะ ดีกว่ารอให้ไปรษณีย์มาถึง
เช็กลิสต์ขับผ่านแยกอย่างปลอดภัย
- ☐ ชะลอเมื่อเห็นแยกข้างหน้า และเข้าช่องให้ถูกตั้งแต่เริ่มมีเครื่องหมาย
- ☐ เว้นระยะจากคันหน้าพอที่จะหยุดได้
- ☐ ไฟเหลืองและยังไม่ถึงเส้น ให้เตรียมหยุด
- ☐ หยุดหลังเส้นให้รถหยุด ไม่ล้ำเข้าไปในทางข้าม
- ☐ ไฟเขียวแล้วมองซ้ายขวาก่อนออกตัว
สรุป
- ไฟเหลืองแปลว่า "เตรียมหยุดหลังเส้น" ไปต่อได้เฉพาะเมื่อรถเลยเส้นหยุดไปแล้ว
- ฝ่าไฟแดงปรับไม่เกิน 4,000 บาท และตัด 2 คะแนน
- ใบสั่งจากกล้องส่งถึงเจ้าของรถได้ และกฎหมายสันนิษฐานว่าเจ้าของเป็นผู้ขับ ถ้าไม่แจ้งภายใน 30 วัน
- ชะลอก่อนถึงแยกและเว้นระยะให้พอ จะได้ไม่ต้องตัดสินใจแบบเสี่ยงตอนไฟเปลี่ยน


