เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นระหว่างขับ มือก็เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์แทบจะอัตโนมัติ เปิดดูแป๊บเดียว ตอบสั้น ๆ คำเดียว แต่ช่วงเวลาที่สายตาอยู่บนจอ รถยังเคลื่อนที่ต่อไป และสถานการณ์ข้างหน้าเปลี่ยนได้ในพริบตา
กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามใช้โทรศัพท์ทั้งหมด แต่ห้าม ถือหรือจับ โทรศัพท์ขณะขับ บทความนี้อธิบายว่าอะไรทำได้ อะไรผิด และมีเทคนิคอะไรช่วยให้เลิกนิสัยเช็กมือถือระหว่างขับได้จริง
กฎหมายว่าอย่างไร
มาตรา 43 พ.ร.บ.จราจรทางบก อนุมาตรา (9) ห้ามผู้ขับขี่ขับรถ ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่ใช้โดย ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด
ข้อนี้ใช้กับ "ผู้ขับขี่รถ" ทุกประเภท ทั้งรถยนต์ รถกระบะ รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์
โทษ
| ความผิด | ค่าปรับสูงสุด | ตัดคะแนน |
|---|---|---|
| ขับรถขณะถือหรือจับโทรศัพท์ | ไม่เกิน 4,000 บาท (มาตรา 157) | 1 คะแนน |
| ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว เช่น ส่ายไปมาเพราะก้มดูจอ | ไม่เกิน 4,000 บาท | 1 คะแนน |
ทั้งสองข้อเป็นความผิดทางพินัย แต่ถ้าการขับขณะเล่นโทรศัพท์ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับอาจต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งเพิ่มอีก ดูการสะสมคะแนนได้ที่ ระบบตัดคะแนนใบขับขี่
อะไรทำได้ อะไรไม่ควรทำ
| พฤติกรรมขณะขับ | ตามกฎหมาย | ความปลอดภัย |
|---|---|---|
| ถือโทรศัพท์แนบหูคุย | ผิด | อันตราย |
| ถือพิมพ์ข้อความ เล่นโซเชียล ดูคลิป | ผิด | อันตรายมาก |
| หนีบโทรศัพท์ไว้ระหว่างไหล่กับหู | เสี่ยงผิด เพราะยังต้องจับหรือประคองโทรศัพท์ | อันตราย |
| ขี่มอเตอร์ไซค์มือหนึ่งถือโทรศัพท์ | ผิด | อันตรายมาก |
| คุยผ่านหูฟังบลูทูธหรือระบบเครื่องเสียงรถ โดยไม่ต้องจับเครื่อง | ทำได้ | ยังเสียสมาธิ ควรคุยสั้น ๆ |
| ดูแผนที่จากโทรศัพท์ที่ยึดไว้กับที่วางหน้ารถ | ทำได้เมื่อไม่ต้องถือหรือจับ | ตั้งเส้นทางให้เสร็จก่อนออกรถ |
แม้ hands-free จะถูกกฎหมาย แต่สมองยังแบ่งความสนใจไปกับบทสนทนา ถ้าเป็นเรื่องเครียดหรือต้องคิดเยอะ ควรบอกปลายสายว่าจะโทรกลับเมื่อจอดแล้ว
ไรเดอร์และคนขับรถรับส่งที่ต้องใช้แอปทำงาน ควรยึดโทรศัพท์ไว้กับที่วางให้มั่นคง ตั้งให้แอปอ่านออกเสียงหรือแจ้งเตือนด้วยเสียง และกดรับงาน ตอบแชตลูกค้า หรือโทรหาลูกค้าเฉพาะตอนจอดรถแล้วเท่านั้น งานที่เร่งรีบไม่ใช่เหตุผลที่กฎหมายยกเว้นให้
ทำไม "แวบเดียว" ก็อันตราย
การใช้โทรศัพท์ดึงความสนใจของเราไปพร้อมกัน 3 ทาง คือ สายตา ที่ละจากถนนไปที่จอ มือ ที่ละจากพวงมาลัยหรือแฮนด์ และ ความคิด ที่ไปอยู่กับข้อความหรือบทสนทนา
ลองคิดง่าย ๆ ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. รถเคลื่อนที่ประมาณ 17 เมตรในทุก 1 วินาที ถ้าก้มดูจอเพียงไม่กี่วินาที เท่ากับเราขับไปหลายสิบเมตรโดยไม่ได้มองถนนเลย ช่วงนั้นอาจมีรถคันหน้าเบรก มีคนเดินข้ามทางม้าลาย หรือมีมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนช่องเข้ามา
อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือ เวลาที่ต้องใช้ในการกลับมาโฟกัส แม้เงยหน้าจากจอแล้ว สมองยังต้องใช้เวลาประเมินสถานการณ์ใหม่ว่ารถรอบตัวอยู่ตรงไหน ทำให้ตอบสนองช้าลงกว่าปกติ สำหรับมอเตอร์ไซค์ การปล่อยมือข้างหนึ่งไปจับโทรศัพท์ยังทำให้ควบคุมรถและเบรกได้ไม่เต็มที่ด้วย
8 เทคนิคเลิกนิสัยเล่นมือถือขณะขับ
- เปิดโหมดขับขี่หรือโหมดโฟกัส ให้โทรศัพท์ปิดเสียงแจ้งเตือนเองเมื่อเชื่อมต่อกับรถหรือตรวจพบว่ากำลังขับ
- ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติ เช่น "กำลังขับรถ เดี๋ยวติดต่อกลับ" คนที่ทักมาจะไม่รู้สึกว่าถูกเมิน
- ตั้งค่าทุกอย่างก่อนออกรถ ทั้งเส้นทาง เพลย์ลิสต์ และการเชื่อมต่อบลูทูธ
- วางโทรศัพท์ให้พ้นมือ ถ้าไม่ได้ใช้นำทาง ให้เก็บไว้ในกระเป๋าหรือช่องเก็บของ
- ใช้คำสั่งเสียง สำหรับโทรออกหรือเปลี่ยนเพลง แทนการแตะหน้าจอหลายครั้ง
- ให้ผู้โดยสารช่วย เป็นคนอ่านข้อความ ตอบแชต หรือเปลี่ยนเส้นทางแทน
- ตั้งกติกากับตัวเอง ว่าไฟแดงก็ยังไม่ใช่เวลาเล่นโทรศัพท์ เพราะไฟเขียวมาเมื่อไรเราก็ยังไม่พร้อม
- จอดให้ถูกที่ก่อนใช้งาน ถ้าจำเป็นต้องคุยหรือพิมพ์จริง ๆ ให้เข้าปั๊มน้ำมัน ลานจอด หรือจุดพักรถ อย่าหยุดในช่องเดินรถ บนสะพาน หรือในทางแยก ซึ่งเป็นจุดห้ามหยุดตามกฎหมาย
💡 ใน Bok200 โหมดขับขี่ออกแบบให้ใช้งานด้วยเสียงได้ และให้ผู้โดยสารช่วยกดรายงานเหตุบนถนนแทน คนขับจึงไม่ต้องละสายตาจากถนน
เช็กลิสต์ก่อนออกรถ
- ☐ ตั้งจุดหมายในแอปนำทางเรียบร้อย
- ☐ เชื่อมต่อบลูทูธหรือหูฟังแล้ว ถ้าคาดว่าต้องรับสาย
- ☐ ยึดโทรศัพท์ไว้กับที่วางให้แน่น ไม่บังสายตา
- ☐ เปิดโหมดขับขี่หรือโหมดห้ามรบกวน
- ☐ บอกคนที่รอว่ากำลังเดินทาง จะติดต่อกลับเมื่อถึงที่หมาย
สรุป
- ห้ามถือหรือจับโทรศัพท์ขณะขับ ใช้ได้เฉพาะแบบไม่ต้องถือหรือจับ ตามมาตรา 43 (9)
- ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 4,000 บาท และตัด 1 คะแนน ใช้กับมอเตอร์ไซค์ด้วย
- hands-free ถูกกฎหมาย แต่ยังเสียสมาธิ ควรคุยสั้น ๆ หรือจอดในที่ปลอดภัยก่อน
- ตั้งค่าโทรศัพท์ก่อนออกรถ เปิดโหมดขับขี่ และให้ผู้โดยสารช่วยจัดการแทน


