การอุ้มลูกนั่งตักหรือให้ลูกนั่งเบาะเฉย ๆ อาจดูอบอุ่นและสะดวก แต่เมื่อรถเบรกกะทันหันหรือชน แรงที่เกิดขึ้นมากเกินกว่าที่แขนผู้ใหญ่จะรั้งเด็กไว้ได้ เด็กตัวเล็กยังใช้เข็มขัดของรถได้ไม่พอดี เพราะสายมักพาดคอและท้องแทนที่จะพาดกระดูกที่แข็งแรง
กฎหมายไทยจึงกำหนดให้เด็กเล็กต้องนั่งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันว่า "คาร์ซีท" บทความนี้สรุปข้อกฎหมาย ชนิดของคาร์ซีท วิธีเลือกให้เหมาะกับลูก และจุดที่พ่อแม่มักติดตั้งผิด
กฎหมายกำหนดอะไร
มาตรา 123 พ.ร.บ.จราจรทางบก กำหนดว่า
- เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก หรือมีวิธีป้องกันอันตรายในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
- คนโดยสารที่สูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย หรือมีวิธีป้องกันอันตราย ไม่ว่านั่งแถวใด
รายละเอียดอยู่ใน ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กฯ พ.ศ. 2566 (ราชกิจจานุเบกษา 16 ก.พ. 2566 มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับจากวันประกาศ) ซึ่งกำหนดชนิดที่นั่งที่ใช้ได้ไว้ดังนี้
- ข้อ 4 ที่นั่งนิรภัยแบบ หันไปทางด้านหลังรถ และแบบ หันไปทางด้านหน้ารถ
- ข้อ 5 ที่นั่งเสริมแบบไม่มีพนักพิง (Booster Seat)
- ข้อ 6 รวมถึงระบบยึดเหนี่ยวผู้โดยสารเด็กตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
- ถ้ามีการกำหนดมาตรฐาน มอก. สำหรับที่นั่งแบบใดแล้ว ที่นั่งที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานนั้น
ฝ่าฝืน ปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท ตาม มาตรา 148 และคนขับอาจถูกตัดคะแนนตามระเบียบตัดคะแนนด้วย
ถ้าไม่มีคาร์ซีท กฎหมายให้ทำอย่างไร
ข้อ 7 ของประกาศ กำหนดวิธีป้องกันอันตรายแทน กรณีที่จัดคาร์ซีทให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีไม่ได้ ต้องทำครบทุกข้อ
- ขับรถด้วยความเร็วช้าโดยคำนึงถึงความปลอดภัย และขับชิดขอบทางด้านซ้าย (ยกเว้นมีสิ่งกีดขวาง ต้องเข้าช่องเลี้ยวที่ทางแยก หรือจะแซง)
- ให้เด็กนั่งเบาะหลัง ถ้าเป็นรถกระบะหรือรถแคปให้นั่งเบาะหน้าได้ แต่ ห้ามนั่งท้ายกระบะ
- มีผู้ใหญ่ดูแลเด็กระหว่างเดินทาง หรือให้เด็กคาดเข็มขัดแบบคาดตัก
ข้อนี้เป็นทางออกตามกฎหมายเมื่อจำเป็นจริง ๆ แต่ในแง่ความปลอดภัย การที่ผู้ใหญ่กอดเด็กไว้ไม่สามารถทดแทนคาร์ซีทได้
รถสาธารณะและรถรับจ้าง เช่น แท็กซี่ หรือรถโดยสาร ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดคาร์ซีท แต่ต้องทำตามวิธีป้องกันอันตรายในข้อ 7 (ข้อ 8 ของประกาศ)
เลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับลูก
กฎหมายใช้ อายุ เป็นเกณฑ์ว่าใครต้องนั่ง แต่การเลือก ชนิดและรุ่น ให้ดู น้ำหนักและส่วนสูงของลูก เทียบกับช่วงที่ผู้ผลิตระบุบนฉลากคาร์ซีท เพราะแต่ละรุ่นรองรับได้ไม่เท่ากัน
| ช่วงวัย (โดยประมาณ) | ชนิดที่เหมาะ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ทารกแรกเกิด | คาร์ซีทหันหลัง (แบบกระเช้าหรือแบบปรับได้) | ช่วยรองรับศีรษะและคอที่ยังไม่แข็งแรง |
| วัยเตาะแตะ | คาร์ซีทหันหลังให้นานที่สุดเท่าที่น้ำหนักและส่วนสูงยังอยู่ในพิกัด แล้วจึงเปลี่ยนเป็นหันหน้าพร้อมสายรัด | อย่ารีบหันหน้าเพียงเพราะขาลูกเริ่มยาว |
| วัยอนุบาลถึงประถมต้น | คาร์ซีทหันหน้าพร้อมสายรัด แล้วเปลี่ยนเป็นบูสเตอร์ซีทเมื่อตัวโตเกินพิกัด | บูสเตอร์ช่วยยกตัวให้เข็มขัดของรถพาดได้ถูกตำแหน่ง |
| เด็กโตที่ยังตัวเล็ก | บูสเตอร์ซีท จนกว่าเข็มขัดรถจะพาดไหล่และสะโพกได้พอดี | คนสูงไม่เกิน 135 ซม. ต้องคาดเข็มขัดหรือมีวิธีป้องกันเสมอ |
ช่วงวัยในตารางเป็นเพียงแนวทาง ตัวเลขที่ใช้ตัดสินจริงคือ พิกัดน้ำหนักและส่วนสูงบนฉลากของคาร์ซีทรุ่นนั้น และควรเลือกรุ่นที่ติดตั้งกับรถของเราได้จริง
ติดตั้งให้ถูก: จุดที่มักพลาด
- ☐ อ่านคู่มือทั้งของคาร์ซีทและของรถ ว่าติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX หรือด้วยเข็มขัดนิรภัยของรถ
- ☐ ติดตั้งที่ เบาะหลัง เป็นหลัก
- ☐ ห้ามติดคาร์ซีทหันหลังไว้หน้าถุงลมนิรภัยที่ทำงานอยู่ เพราะแรงระเบิดของถุงลมอันตรายต่อเด็กมาก
- ☐ ติดตั้งแล้วจับโยกตรงจุดยึด คาร์ซีทต้องขยับได้น้อยมาก ไม่โยกไปมา
- ☐ ปรับมุมเอนให้ตรงกับตัวบอกระดับของคาร์ซีท โดยเฉพาะทารกที่ศีรษะอาจพับไปข้างหน้า
- ☐ สายรัดตัวเด็กต้องแนบตัว ไม่บิด ตัวล็อกช่วงอกอยู่ระดับรักแร้
- ☐ ถอดเสื้อกันหนาวหนา ๆ ก่อนรัดสาย แล้วค่อยห่มทับ เพราะเสื้อหนาทำให้สายหลวมโดยไม่รู้ตัว
- ☐ เมื่อเปลี่ยนรถหรือย้ายคาร์ซีท ตรวจการติดตั้งใหม่ทุกครั้ง
💡 ถ้าจะใช้คาร์ซีทมือสอง ให้ถามประวัติให้ชัดว่าเคยผ่านอุบัติเหตุหรือไม่ มีชิ้นส่วนและคู่มือครบไหม คาร์ซีทที่ผ่านการชนมาแล้วอาจเสียหายภายในโดยมองไม่เห็น
เคล็ดลับให้ลูกยอมนั่ง
- ให้ลูกนั่งคาร์ซีททุกเที่ยวตั้งแต่เล็ก แม้เดินทางใกล้ ๆ จะได้เป็นนิสัย
- ผู้ใหญ่คาดเข็มขัดให้เห็นเป็นตัวอย่าง
- เตรียมของเล่นนุ่ม ๆ หรือเพลงที่ลูกชอบไว้ในรถ
- ถ้าลูกงอแงจนต้องดูแล ให้จอดในที่ปลอดภัยก่อน อย่าอุ้มออกจากคาร์ซีทขณะรถวิ่ง
สรุป
- เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีต้องนั่งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ไม่ทำตามปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้ได้ทั้งคาร์ซีทหันหลัง หันหน้า และบูสเตอร์ซีท เลือกตามพิกัดน้ำหนักและส่วนสูงบนฉลาก
- ติดตั้งที่เบาะหลังให้แน่น และห้ามวางคาร์ซีทหันหลังไว้หน้าถุงลมที่ทำงานอยู่
- รถสาธารณะและรถรับจ้างยกเว้นเรื่องคาร์ซีท แต่ยังต้องทำตามวิธีป้องกันอันตรายที่ประกาศกำหนด


