Bok200 บอกด่าน

บทความ › ขับปลอดภัย

ผู้สูงอายุกับการขับรถ ขับต่ออย่างมั่นใจและปลอดภัย

อายุไม่ใช่ตัวตัดสินว่าขับได้หรือไม่ แต่สายตา ยาที่ใช้ และการตอบสนองเปลี่ยนไปตามวัย ชวนสำรวจตัวเอง ปรับวิธีขับ และคุยเรื่องทางเลือกการเดินทางกันอย่างให้เกียรติ

เผยแพร่ 27 ต.ค. 2569อัปเดต 19 ต.ค. 2569อ่าน 1 ครั้ง
⚠️ เนื้อหาฉบับร่าง ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้เชี่ยวชาญ — โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐก่อนใช้อ้างอิง
แชร์บทความFacebookLINEXThreads

ผู้ขับขี่สูงวัยจำนวนมากมีประสบการณ์บนถนนมากกว่าคนรุ่นหลังหลายสิบปี และขับอย่างระมัดระวังกว่าด้วยซ้ำ อายุจึงไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครควรหรือไม่ควรขับ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ร่างกายในวันนี้ยังพร้อมสำหรับการขับแค่ไหน เพราะสายตา การได้ยิน ความยืดหยุ่นของร่างกาย และความเร็วในการตอบสนอง ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามวัยโดยที่เราอาจไม่ทันสังเกต

บทความนี้เขียนสำหรับทั้งผู้ขับขี่สูงวัยที่อยากขับต่ออย่างมั่นใจ และลูกหลานที่อยากดูแลโดยไม่ทำให้ท่านรู้สึกถูกลดทอนความสามารถ

สำรวจตัวเองแบบตรงไปตรงมา

ลองตอบคำถามเหล่านี้ด้วยความซื่อตรงกับตัวเอง ถ้ามีหลายข้อที่ตอบว่า "ใช่" อาจถึงเวลาปรึกษาแพทย์หรือปรับวิธีการเดินทาง

สายตาและการได้ยิน: ตรวจสม่ำเสมอ

การขับรถพึ่งสายตาเป็นหลัก ปัญหาที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น เช่น สายตายาว ต้อกระจก หรือการมองเห็นในที่แสงน้อยลดลง ส่วนใหญ่แก้ไขหรือบรรเทาได้ถ้ารู้ตัวเร็ว

การต่ออายุใบขับขี่ในปัจจุบันต้องใช้ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่กำหนด และมีการทดสอบสมรรถภาพ เช่น สายตา ซึ่งเงื่อนไขการทดสอบอาจแตกต่างตามอายุและระยะเวลาที่ขาดต่อ และอาจปรับเปลี่ยนตามประกาศ ควรตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกก่อนไปต่อ ดูขั้นตอนได้ที่ ต่ออายุใบขับขี่

ยาและโรคประจำตัว: ถามแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ

ยาหลายชนิดทำให้ง่วง มึน หรือตอบสนองช้าลง เช่น ยาแก้แพ้บางชนิด ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคประจำตัว ยิ่งใช้ยาหลายตัวพร้อมกันยิ่งต้องระวัง

ในทางกฎหมาย มาตรา 43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ห้ามขับรถ ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับอายุ แต่หมายถึงสภาพร่างกายในตอนนั้น เช่น ง่วงมากหรือได้รับผลจากยา จึงเป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่ทุกวัยต้องประเมินตัวเองก่อนออกรถ

ปรับวิธีขับให้เข้ากับร่างกาย

ไม่จำเป็นต้องเลิกขับเพื่อให้ปลอดภัยขึ้น การปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยได้มาก

สถานการณ์ วิธีปรับ
มองไม่ค่อยชัดตอนกลางคืน ขับเฉพาะกลางวัน หรือออกเดินทางให้ถึงก่อนมืด
ถนนรถติดและเร่งรีบ เลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน เลือกเวลาที่ถนนโล่ง
เลี้ยวขวาตัดหน้ารถสวนแล้วกะระยะยาก เลือกเส้นทางที่เลี้ยวซ้ายแล้วกลับรถ หรือแยกที่มีไฟลูกศร
เหนื่อยง่าย วางแผนพักบ่อยขึ้น และไม่ขับทางไกลคนเดียว
เส้นทางไม่คุ้นเคย ศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทาง และให้คนนั่งข้างช่วยดูแผนที่
ฝนตกหนักหรือหมอก เลื่อนการเดินทางถ้าไม่จำเป็น

นอกจากนี้ ควรปรับเบาะให้มองเห็นถนนชัดและเหยียบเบรกได้เต็มเท้า ปรับกระจกมองข้างให้ลดจุดบอด และเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าเดิม เพื่อมีเวลาตัดสินใจมากขึ้น

💡 ลองให้ลูกหลานหรือเพื่อนที่ไว้ใจนั่งไปด้วยสักรอบ แล้วขอความเห็นตรง ๆ แบบไม่ตัดสิน บางครั้งคนข้าง ๆ เห็นสิ่งที่เรามองข้ามไป และช่วยให้มั่นใจขึ้นว่ายังขับได้ดี

คุยกันในครอบครัวอย่างให้เกียรติ

สำหรับลูกหลาน การชวนคุยเรื่องการขับรถกับพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะรถหมายถึงความเป็นอิสระ

ทางเลือกการเดินทางเมื่อไม่อยากขับเอง

การลดการขับไม่จำเป็นต้องหมายถึงการอยู่แต่บ้าน

ถ้ายังขับอยู่ Bok200 ช่วยได้ เช่น แจ้งเตือนพื้นที่ประจำ เมื่อมีอุบัติเหตุ น้ำท่วม หรือจุดก่อสร้างบนเส้นทางที่ใช้บ่อย และ "รถของฉัน" ที่เตือนเมื่อใบขับขี่ ภาษี หรือ พ.ร.บ. ใกล้หมดอายุ

สรุป

🚗 บันทึกวันหมดอายุในแอป ให้เราช่วยเตือน
แชร์บทความFacebookLINEXThreads
แหล่งอ้างอิง