Bok200 บอกด่าน

บทความ › ขับปลอดภัย

ห้ามทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ แม้แค่แป๊บเดียว

รถที่จอดตากแดดร้อนขึ้นเร็วกว่าที่คิด เด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงช่วยตัวเองไม่ได้ รู้อาการอันตรายจากความร้อน วิธีช่วยเมื่อพบเห็น และเทคนิคกันลืมเด็กไว้ในรถ

เผยแพร่ 25 ต.ค. 2569อัปเดต 19 ต.ค. 2569อ่าน 1 ครั้ง
⚠️ เนื้อหาฉบับร่าง ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้เชี่ยวชาญ — โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐก่อนใช้อ้างอิง
แชร์บทความFacebookLINEXThreads

ประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมา" ลงไปซื้อของ จ่ายบิล หรือแวะทำธุระสั้น ๆ แล้วปล่อยลูกที่หลับอยู่ หรือสุนัขตัวโปรดไว้ในรถ แต่ภายในรถที่ปิดสนิทกลางแดดเมืองไทย ความร้อนสะสมได้เร็วและสูงกว่าที่เรารู้สึก ส่วนเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงก็ไม่สามารถเปิดประตูหรือบอกใครได้ว่ากำลังไม่สบาย

อีกกรณีที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ การลืม ซึ่งเกิดได้กับพ่อแม่ที่รักลูกมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อกิจวัตรเปลี่ยน เหนื่อย หรือเด็กหลับเงียบอยู่เบาะหลัง และกับรถรับส่งนักเรียนที่ไม่ได้ตรวจรถหลังส่งเด็ก

ทำไมรถที่จอดอยู่ถึงอันตราย

ความเชื่อที่พบบ่อยและความจริง

ความเชื่อ ความจริง
แง้มกระจกไว้นิดหน่อยก็พอ ช่วยระบายความร้อนได้น้อยมาก ไม่ทำให้ปลอดภัย
จอดในร่มแล้วไม่เป็นไร ร่มเงาเคลื่อนตามดวงอาทิตย์ และในรถก็ยังร้อนอบอ้าวได้
ติดเครื่องเปิดแอร์ทิ้งไว้ก็ได้ แอร์อาจตัดหรือเครื่องดับได้ เด็กอาจไปโยกเกียร์หรือกดปุ่มต่าง ๆ และเสี่ยงต่ออันตรายอื่น
แค่ไม่กี่นาทีเอง ธุระสั้น ๆ มักใช้เวลานานกว่าที่ตั้งใจเสมอ

กติกาที่ปลอดภัยที่สุดมีข้อเดียว ไม่ปล่อยเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถตามลำพัง ไม่ว่ากี่นาทีก็ตาม

สังเกตอาการอันตรายจากความร้อน

อาการที่ควรรีบช่วยทันที เช่น

ถ้าพบเด็กหรือสัตว์ติดอยู่ในรถ

  1. โทร 1669 ทันทีถ้าเด็กดูมีอาการผิดปกติ และ โทร 191 เพื่อขอความช่วยเหลือในการเปิดรถ
  2. พยายามหาเจ้าของรถให้เร็วที่สุด เช่น ให้ร้านค้าหรือห้างใกล้ ๆ ประกาศหาเจ้าของ
  3. ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ระหว่างรอ
  4. เมื่อนำเด็กออกมาได้ ให้พาไปที่ร่มหรือห้องที่เย็น คลายเสื้อผ้า ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวและพัดระบายความร้อน
  5. ถ้าเด็กหมดสติ อย่าป้อนน้ำ เพราะอาจสำลัก ให้รอทีมแพทย์ฉุกเฉิน

ถึงเด็กจะดูดีขึ้นแล้ว ก็ควรให้แพทย์ตรวจอีกครั้ง

เทคนิคกันลืมเด็กไว้ในรถ

การลืมไม่ได้แปลว่าเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดี แต่สมองคนเราทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อเหนื่อยหรือกิจวัตรเปลี่ยน จึงควรสร้างระบบช่วยจำไว้ก่อน

สำหรับ คนขับรถรับส่งนักเรียน ควรเดินตรวจตั้งแต่หน้ารถจนถึงท้ายรถ ดูใต้เบาะและเบาะหลังสุดทุกครั้งหลังส่งเด็ก และใช้รายชื่อเช็กเด็กขึ้นลงทุกรอบ

💡 ตั้งเตือนในโทรศัพท์เป็นเวลาที่ควรถึงที่ทำงานพร้อมข้อความ "ส่งลูกแล้วหรือยัง?" ถ้ากิจวัตรประจำวันเปลี่ยนบ่อย เตือนเล็ก ๆ แบบนี้อาจช่วยชีวิตได้

ขณะขับก็ต้องปลอดภัยด้วย

นอกจากไม่ทิ้งเด็กไว้ในรถ ระหว่างเดินทางเด็กก็ควรนั่งในที่นั่งที่เหมาะกับวัย ตาม มาตรา 123 พ.ร.บ.จราจรทางบก เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ที่นั่งพิเศษ หรือมีวิธีป้องกันอันตราย ส่วนคนโดยสารที่สูงไม่เกิน 135 เซนติเมตรต้องคาดเข็มขัดนิรภัยหรือมีวิธีป้องกันอันตราย ไม่ว่าจะนั่งแถวใด ส่วนสัตว์เลี้ยงควรอยู่ในกรงหรือใช้สายรัดสำหรับสัตว์ ไม่ปล่อยให้เดินไปมาในรถหรือนั่งตักคนขับ

สรุป

🎓 ทำ quiz กฎจราจรประจำวัน รับแต้ม
แชร์บทความFacebookLINEXThreads
แหล่งอ้างอิง