Bok200 บอกด่าน

บทความ › ขับปลอดภัย

ขับรถตอนฝนตกให้ปลอดภัย: เปิดไฟ เพิ่มระยะเบรก รับมือยางเหินน้ำ

ฝนตกถนนลื่นและมองเห็นได้น้อยลง รวมสิ่งที่ต้องทำ ทั้งเปิดไฟ ลดความเร็ว เพิ่มระยะห่าง วิธีรับมือยางเหินน้ำ และคำตอบเรื่องเปิดไฟฉุกเฉินขณะวิ่ง

เผยแพร่ 23 ต.ค. 2569อัปเดต 19 ต.ค. 2569อ่าน 3 ครั้ง
⚠️ เนื้อหาฉบับร่าง ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้เชี่ยวชาญ — โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐก่อนใช้อ้างอิง
แชร์บทความFacebookLINEXThreads

ฝนตกทำให้การขับรถยากขึ้นพร้อมกันหลายทาง ถนนลื่นขึ้น ระยะเบรกยาวขึ้น กระจกฝ้า และคนอื่นก็มองเห็นเราได้ยากขึ้น ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ฝนเพิ่งเริ่มตก เพราะคราบน้ำมันและฝุ่นบนผิวถนนผสมกับน้ำจนลื่นกว่าปกติ

ข่าวดีคือการเตรียมตัวไม่ยาก ถ้ารู้ว่าควรทำอะไรก่อนและระหว่างฝนตก ความเสี่ยงจะลดลงมาก

ก่อนหน้าฝน: เตรียมรถให้พร้อม

ระหว่างฝนตก: ไฟ ความเร็ว และระยะห่าง

เปิดไฟหน้า แม้จะเป็นกลางวัน เพื่อให้คนอื่นเห็นเรา กฎหมายกำหนดว่าเมื่อแสงสว่างไม่เพียงพอจะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางได้ชัดในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟตามที่กฎกระทรวงกำหนด (มาตรา 11 พ.ร.บ.จราจรทางบก) ฝ่าฝืนมีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท

ลดความเร็ว เมื่อฝนตกจนมองเห็นทางข้างหน้าได้ไม่ถึง 60 เมตร กฎหมายให้ลดความเร็วในลักษณะที่ปลอดภัย (มาตรา 69) และ ห้ามแซง ในสภาพแบบนั้น (มาตรา 46) ซึ่งการแซงฝ่าฝืนมีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 4,000 บาท

เพิ่มระยะห่าง จากคันหน้าเป็นอย่างน้อย 4–6 วินาที แทนที่จะเป็น 3 วินาทีตามปกติ (กฎ 3 วินาที) เพราะยางใช้ระยะหยุดยาวขึ้นบนถนนเปียก

ขับนุ่มนวล ทั้งการเร่ง เบรก และหักพวงมาลัย การกระทำแรงๆ กะทันหันบนถนนเปียกทำให้ล้อลื่นไถลได้ง่าย ระวังจุดที่ลื่นเป็นพิเศษ เช่น เส้นจราจรสีขาว ฝาท่อ แผ่นเหล็ก และสะพาน

ไล่ฝ้า ถ้ากระจกขึ้นฝ้า เปิดแอร์และเป่าลมไปที่กระจก อย่าใช้มือหรือผ้าเช็ดขณะขับ เพราะจะละสายตาจากถนน

ยางเหินน้ำ (Aquaplaning) คืออะไร และรับมืออย่างไร

ยางเหินน้ำเกิดเมื่อมีน้ำขังบนผิวถนนมากจน ร่องดอกยางรีดน้ำออกไม่ทัน ยางจึงลอยอยู่บนแผ่นน้ำบางๆ แทนที่จะสัมผัสถนน ทำให้เบรกและพวงมาลัยแทบไม่มีผล ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อขับเร็ว ดอกยางสึก หรือแรงดันลมยางต่ำ

สัญญาณที่บอกว่ากำลังเหินน้ำ

ถ้าเกิดขึ้น ให้ทำแบบนี้

  1. ค่อยๆ ยกเท้าออกจากคันเร่ง อย่ากระชาก
  2. จับพวงมาลัยให้ตรง ไปทางที่ต้องการ อย่าหักแรง
  3. อย่าเหยียบเบรกกะทันหัน รอให้ความเร็วลดลงเองจนรู้สึกว่ายางกลับมาเกาะถนน
  4. เมื่อควบคุมได้แล้ว ลดความเร็วลงอีกและหลีกเลี่ยงแอ่งน้ำข้างหน้า

วิธีป้องกัน คือขับช้าลงเมื่อเห็นน้ำขัง ขับตามแนวรอยล้อของรถคันหน้าซึ่งน้ำถูกรีดออกไปแล้วบางส่วน และดูแลดอกยางกับแรงดันลมให้พร้อมอยู่เสมอ

เปิดไฟฉุกเฉินขณะวิ่งตอนฝนตก ควรไหม

คำถามนี้พบบ่อยมากว่า "ผิดกฎหมายไหม" ในตัวบทที่ Bok200 รวบรวมไว้ เรายังไม่พบข้อความที่พูดถึงกรณีนี้ไว้ตรงๆ จึงขอตอบในมุม ความปลอดภัย ซึ่งชัดเจนกว่า คือ ไม่แนะนำ ด้วยเหตุผลเหล่านี้

เรื่อง เปิดไฟฉุกเฉินขณะวิ่ง เปิดไฟหน้า (ไฟต่ำ) + ไฟท้าย
การบอกว่าจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่อง ทำไม่ได้ เพราะไฟกะพริบทั้งสองข้างอยู่แล้ว ใช้ไฟเลี้ยวได้ตามปกติ
คนข้างหลังเข้าใจว่าอย่างไร อาจคิดว่ารถจอดเสียหรือกำลังหยุด เห็นว่าเป็นรถที่กำลังวิ่ง
ความชัดของไฟเบรก ไฟกะพริบอาจกลบไฟเบรก ไฟเบรกเด่นชัด

กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องเดินรถ (มาตรา 36) และให้ใช้ไฟเลี้ยวไปในทิศทางที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่อง (มาตรา 38) ถ้าเปิดไฟฉุกเฉินค้างไว้ คนอื่นจะแยกไม่ออกว่าเรากำลังจะไปทางไหน

ทางที่ดีกว่าคือ เปิดไฟหน้าแบบไฟต่ำ ให้ไฟท้ายติด ลดความเร็ว และถ้าฝนหนักจนมองไม่เห็นทาง ให้ หาที่จอดพักที่ปลอดภัย เช่น ปั๊มน้ำมันหรือจุดพักรถ ส่วนไฟฉุกเฉินเก็บไว้ใช้ตอนรถจอดเสียหรือจอดฉุกเฉินข้างทาง

💡 ก่อนออกเดินทางช่วงฝนตก เปิด แผนที่รายงานเหตุบนถนน ในแอป Bok200 ดูว่ามีจุดน้ำท่วม อุบัติเหตุ หรือหลุมบ่อที่ผู้ใช้คนอื่นรายงานและยืนยันไว้หรือไม่ ถ้าเจอจุดอันตรายระหว่างทาง (เมื่อจอดปลอดภัยแล้วหรือให้ผู้โดยสารช่วย) ก็ช่วยรายงานเพื่อเตือนคนอื่นได้

ขี่มอเตอร์ไซค์ตอนฝนตก

สรุป

🎓 ทำ quiz กฎจราจรประจำวัน รับแต้ม
แชร์บทความFacebookLINEXThreads
แหล่งอ้างอิง