ไม่มีใครอยากเจออุบัติเหตุ แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำใน ไม่กี่นาทีแรก มีผลมากทั้งต่อความปลอดภัยของทุกคนในที่เกิดเหตุ และต่อการเคลมประกันหรือการพูดคุยกับคู่กรณีในภายหลัง ปัญหาคือตอนนั้นเรามักตกใจจนคิดอะไรไม่ออก
บทความนี้จึงเรียงขั้นตอน ภาคปฏิบัติ แบบเป็นลำดับให้ทำตามได้ทันที ส่วนเรื่องหน้าที่ตามกฎหมายอ่านต่อได้ที่ หน้าที่ตามกฎหมายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเรื่องการเบิกเงินจาก พ.ร.บ. อ่านได้ที่ เคลมประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
ขั้นที่ 1: หยุดรถ ตั้งสติ และดูว่าทุกคนปลอดภัยไหม
- หยุดรถ เปิดไฟฉุกเฉิน ดึงเบรกมือ และดับเครื่องยนต์
- หายใจลึก ๆ สักครั้ง แล้วถามตัวเองและผู้โดยสารว่ามีใครเจ็บตรงไหนบ้าง
- อย่าขับออกจากที่เกิดเหตุ แม้จะคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็ก เพราะ มาตรา 78 พ.ร.บ.จราจรทางบก กำหนดให้ผู้ขับที่ก่อความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ ต้องหยุดรถ ให้ความช่วยเหลือตามสมควร แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อตำรวจ และแจ้งชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขทะเบียนรถแก่ผู้เสียหาย
ขั้นที่ 2: ทำให้ที่เกิดเหตุปลอดภัย กันการชนซ้ำ
อุบัติเหตุซ้ำซ้อนมักเกิดกับคนที่ลงมายืนดูความเสียหายกลางถนน
- ลงจากรถทางฝั่งที่ห่างจากช่องจราจร แล้วไปยืนรอบนทางเท้าหรือหลังแนวกั้น
- วางป้ายสามเหลี่ยมไว้ด้านหลังจุดเกิดเหตุ ให้รถที่ตามมาเห็นแต่ไกล
- ถ้าได้กลิ่นน้ำมัน เห็นควัน หรือมีของเหลวรั่ว ให้ทุกคนออกห่างจากรถ และห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณนั้น
- ถ้าเป็นเหตุเล็กน้อย ไม่มีใครบาดเจ็บ และรถยังขับได้ ให้ถ่ายรูปตำแหน่งรถทุกคันก่อน แล้วตกลงกับคู่กรณีย้ายรถเข้าข้างทาง เพื่อไม่ให้ขวางถนนและลดโอกาสโดนชนซ้ำ
- ถ้า มีผู้บาดเจ็บ หรือความเสียหายรุนแรง อย่าเพิ่งย้ายรถ ให้รอเจ้าหน้าที่
- ถ้าเกิดเหตุตอนกลางคืน ให้เปิดไฟหน้ารถหรือไฟฉายส่องบริเวณที่เกิดเหตุ และให้ทุกคนสวมเสื้อสะท้อนแสงถ้ามี เพื่อให้รถที่ผ่านมามองเห็นคนที่อยู่ข้างทาง
ขั้นที่ 3: มีคนเจ็บ โทร 1669 ก่อนเรื่องอื่น
ชีวิตคนสำคัญกว่าตัวรถเสมอ
- 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน สำหรับผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย
- 191 แจ้งตำรวจ หรือ 1193 ถ้าเกิดเหตุบนทางหลวง
- บอกเจ้าหน้าที่ให้ชัดว่าเกิดเหตุที่ไหน มีผู้บาดเจ็บกี่คน อาการเป็นอย่างไร และมีอันตรายอื่น เช่น ไฟไหม้ หรือรถพลิกคว่ำหรือไม่
- อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเอง ถ้าไม่มีอันตรายเฉพาะหน้า เช่น ไฟไหม้ เพราะอาจทำให้บาดเจ็บมากขึ้น
- ถ้าผู้บาดเจ็บเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ อย่าถอดหมวกนิรภัยออกเอง ให้รอทีมแพทย์
- อยู่สายจนกว่าเจ้าหน้าที่จะบอกให้วาง และทำตามคำแนะนำปฐมพยาบาลที่ได้รับ
ขั้นที่ 4: ถ่ายรูปและวิดีโอเก็บหลักฐาน
เมื่อทุกคนปลอดภัยแล้ว ค่อยเก็บหลักฐาน ภาพถ่ายที่ดีช่วยให้การคุยกับประกันง่ายขึ้นมาก
| ถ่ายอะไร | ทำไมต้องถ่าย |
|---|---|
| ภาพมุมกว้างเห็นรถทุกคันและถนน | ให้เห็นตำแหน่งและทิศทางของรถ |
| ความเสียหายของรถแต่ละคันในระยะใกล้ | ใช้ประเมินความเสียหาย |
| ป้ายทะเบียนรถทุกคัน | ยืนยันว่ารถคันไหนเกี่ยวข้อง |
| ป้ายจราจร สัญญาณไฟ เส้นจราจร | ประกอบการพิจารณาว่าใครมีสิทธิ์ไปก่อน |
| รอยเบรก เศษชิ้นส่วน สภาพถนน | ช่วยให้เห็นลำดับเหตุการณ์ |
| เอกสารของคู่กรณี (เมื่อได้รับอนุญาต) | ป้องกันการจดข้อมูลผิด |
💡 ถ้ารถมีกล้องหน้ารถ ให้รีบ บันทึกไฟล์วิดีโอช่วงเกิดเหตุแยกเก็บไว้ หรือกดล็อกไฟล์ เพราะกล้องหลายรุ่นจะบันทึกทับไฟล์เก่าอัตโนมัติเมื่อหน่วยความจำเต็ม
ขั้นที่ 5: แลกข้อมูลกับคู่กรณีอย่างสุภาพ
ไม่ว่าใครถูกหรือผิด การพูดจาดี ๆ ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ข้อมูลที่ควรขอและให้กันมีดังนี้
- ☐ ชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์
- ☐ หมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น และสี
- ☐ ชื่อบริษัทประกันภัยและเลขกรมธรรม์ (ทั้ง พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจ ถ้ามี)
- ☐ ข้อมูลใบขับขี่
- ☐ ชื่อและเบอร์ติดต่อของพยานที่เห็นเหตุการณ์
- ☐ เวลาและสถานที่เกิดเหตุที่แน่นอน
ข้อควรระวัง อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารยอมรับผิด หรือตกลงจ่ายเงินกันเองก่อนคุยกับบริษัทประกัน และหลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง ถ้าคู่กรณีมีท่าทีก้าวร้าว ให้อยู่ในรถ ล็อกประตู แล้วโทร 191
ขั้นที่ 6: แจ้งบริษัทประกันให้เร็วที่สุด
- โทรเบอร์ศูนย์รับแจ้งเหตุที่อยู่บนกรมธรรม์หรือบัตรประกัน แล้วบอกตำแหน่งที่เกิดเหตุ
- รอเจ้าหน้าที่ประกันมาที่เกิดเหตุถ้าประกันของคุณมีบริการนี้ และทำตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
- ถ้ามีผู้บาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจะเกี่ยวกับประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ดูขั้นตอนได้ที่ เคลม พ.ร.บ.
- เก็บเอกสารทุกอย่าง เช่น ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา และสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ (ถ้ามี)
- จดบันทึกสั้น ๆ ไว้ในโทรศัพท์ว่าเกิดอะไรขึ้นตามลำดับ ขณะที่ความจำยังชัด เช่น ขับมาจากทางไหน ความเร็วประมาณเท่าไร สัญญาณไฟเป็นสีอะไร จะช่วยได้มากเวลาต้องเล่าให้ประกันหรือตำรวจฟังในภายหลัง
- หลังเกิดเหตุ แม้รู้สึกว่าไม่ได้เจ็บ ก็ควรสังเกตอาการตัวเองต่อ เช่น ปวดคอ ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ ถ้ามีอาการให้ไปพบแพทย์
เมื่อเคลียร์ที่เกิดเหตุเรียบร้อยและอยู่ในจุดปลอดภัยแล้ว คุณสามารถ แจ้งอุบัติเหตุบนแผนที่ Bok200 เพื่อเตือนผู้ใช้คนอื่นที่กำลังมาทางนี้ให้ชะลอหรือเลี่ยงเส้นทางได้ และอย่าลืมเช็กใน "รถของฉัน" ว่าประกันและ พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุ
สรุป
- หยุดรถ เปิดไฟฉุกเฉิน ห้ามขับหนี และพาทุกคนออกจากช่องจราจร
- มีคนเจ็บโทร 1669 ก่อน อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บหรือถอดหมวกนิรภัยเอง
- ถ่ายรูปให้ครบทั้งมุมกว้างและมุมใกล้ แล้วแลกข้อมูลกับคู่กรณีอย่างสุภาพ
- แจ้งบริษัทประกันทันที และอย่าเซ็นยอมรับผิดหรือตกลงเงินกันเองก่อนปรึกษาประกัน


