รถที่จู่ ๆ ก็ดับ ยางแตก หรือมีไฟเตือนขึ้นกลางถนนใหญ่ เป็นเรื่องที่เกิดได้กับทุกคน ส่วนที่อันตรายจริง ๆ มักไม่ใช่ตัวรถที่เสีย แต่เป็น ช่วงเวลาหลังจากนั้น ที่รถจอดนิ่งอยู่ข้างทางขณะที่รถคันอื่นยังวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะบนทางหลวงและทางด่วน
บทความนี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่ารถมีปัญหา จนถึงตอนที่ความช่วยเหลือมาถึง จำหลักง่าย ๆ ว่า ออกจากช่องจราจร ทำให้คนอื่นเห็น พาคนออกห่างจากรถ แล้วค่อยโทร
ขั้นที่ 1: ประคองรถออกจากช่องจราจรให้เร็วที่สุด
เมื่อรู้สึกว่ารถผิดปกติ เช่น เครื่องสะดุด พวงมาลัยสั่น หรือมีไฟเตือนสีแดงขึ้น ให้ทำแบบนี้
- เปิดไฟฉุกเฉินทันที เพื่อบอกรถคันหลังว่าคุณกำลังจะชะลอ
- ค่อย ๆ ลดความเร็ว อย่าเหยียบเบรกกะทันหัน แล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าไหล่ทาง
- ถ้ารถยังพอวิ่งต่อได้ช้า ๆ อย่างปลอดภัย ให้ไปจอดในจุดที่ดีกว่า เช่น ไหล่ทางที่กว้าง จุดจอดฉุกเฉิน ทางออก หรือปั๊มน้ำมันข้างหน้า
- หลีกเลี่ยงการจอด หลังทางโค้ง บนเนิน หรือบนสะพาน เพราะรถที่ตามมาจะเห็นคุณช้าเกินไป
- จอดชิดซ้ายให้มากที่สุด หักล้อออกจากถนน ดึงเบรกมือ และดับเครื่องเมื่อจอดสนิท
ในทางกฎหมาย มาตรา 56 พ.ร.บ.จราจรทางบก กำหนดว่าเมื่อเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ของรถขัดข้องจนต้องจอด ผู้ขับขี่ต้องนำรถให้พ้นทางเดินรถโดยเร็วที่สุด ถ้าจำเป็นต้องจอดอยู่ในทางเดินรถ ต้องจอดในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจรและแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณเตือนตามที่กฎกระทรวงกำหนด นอกเขตเทศบาลยังมี มาตรา 60 ที่ให้หยุดหรือจอดในจุดที่รถอื่นมองเห็นได้ไม่น้อยกว่า 150 เมตร และถ้าแสงสว่างไม่พอ มาตรา 61 กำหนดให้รถที่จอดในทางเดินรถหรือไหล่ทางต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่าง
ขั้นที่ 2: ทำให้รถคันอื่นเห็นคุณแต่ไกล
รถที่จอดนิ่งบนถนนเร็วจะดูเหมือนกำลังวิ่งอยู่จนกระทั่งเข้าไปใกล้มาก ยิ่งตอนกลางคืนหรือฝนตก ยิ่งต้องเตือนให้ชัด
- ไฟฉุกเฉิน เปิดค้างไว้ตลอดเวลาที่รถจอดอยู่
- ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง วางไว้ด้านหลังรถในช่องที่รถจอด ให้ห่างพอที่รถคันหลังจะมีเวลาเห็นและเปลี่ยนช่องได้ทัน ถนนยิ่งเร็วหรือมีโค้งอยู่ข้างหลังยิ่งต้องวางไกลขึ้น
- ระหว่างเดินไปวางป้าย ให้เดินชิดขอบนอกสุดของไหล่ทาง หันหน้าเข้าหารถที่วิ่งมา และถือป้ายไว้ข้างหน้าตัว
- สวม เสื้อสะท้อนแสง หรือใช้ไฟฉายถ้าเป็นเวลากลางคืน
- ถ้าเป็นจุดที่ไม่มีไหล่ทาง เช่น บนทางยกระดับ แล้วการเดินไปวางป้ายเสี่ยงเกินไป ไม่ต้องฝืน ให้ความสำคัญกับการพาคนออกจากจุดอันตรายก่อน
ขั้นที่ 3: ห้ามยืนหลังรถ พาทุกคนออกห่างจากตัวรถ
จุดที่อันตรายที่สุดเวลารถเสียคือ ด้านหลังรถและระหว่างรถของคุณกับช่องจราจร เพราะถ้ามีรถคันอื่นพุ่งชนท้าย คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะไม่มีทางหลบ
- ให้ทุกคนลงจากรถทาง ประตูฝั่งซ้าย (ฝั่งไหล่ทาง) อย่าเปิดประตูฝั่งที่ติดช่องจราจร
- ไปยืนรอห่างจากตัวรถ เยื้องไปด้านหน้า และถ้าทำได้ให้อยู่หลังแนวกั้นหรือราวเหล็กข้างทาง
- ดูแลเด็กและผู้สูงอายุให้อยู่ใกล้ตัว อย่าให้เดินเล่นข้างถนน
- อย่ายืนดูเครื่องยนต์หรือคุยโทรศัพท์อยู่ท้ายรถ
- ถ้ายางแตกฝั่งที่ติดถนน อย่าเปลี่ยนยางเอง บนถนนเร็ว ให้รอรถช่วยเหลือ
- ถ้าลงจากรถไม่ได้อย่างปลอดภัยจริง ๆ ให้อยู่ในรถ คาดเข็มขัดนิรภัยไว้ เปิดไฟฉุกเฉิน แล้วโทรขอความช่วยเหลือ
💡 ก่อนโทร ให้มองหา หลักกิโลเมตร ป้ายชื่อทาง หรือป้ายทางออก ที่ใกล้ที่สุด แล้วจดไว้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่หาคุณเจอเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะบนทางหลวงยาว ๆ ที่หน้าตาข้างทางคล้ายกันไปหมด
ขั้นที่ 4: เรียกความช่วยเหลือให้ถูกที่
เมื่อทุกคนอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว ค่อยโทร เลือกหมายเลขตามสถานการณ์
| สถานการณ์ | ติดต่อ |
|---|---|
| มีคนบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน | 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน |
| รถจอดกีดขวาง เกิดเหตุร้าย หรือไม่แน่ใจว่าจะโทรที่ไหน | 191 ตำรวจ |
| รถเสียหรือเกิดเหตุบนทางหลวง | 1193 ตำรวจทางหลวง |
| สอบถามหรือแจ้งปัญหาเกี่ยวกับทางหลวง | 1586 กรมทางหลวง |
| อยู่บนทางพิเศษ (ทางด่วน) | หมายเลขติดต่อที่ติดอยู่ตามป้ายบนทางพิเศษ หรือโทร 191 |
| ต้องการรถยกหรือช่างมาช่วย | เบอร์บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนกรมธรรม์ประกันของคุณ |
เวลาแจ้งเหตุ ให้บอก ทางสายไหน ขาเข้าหรือขาออก หลักกิโลเมตรหรือจุดสังเกต สีและยี่ห้อรถ และมีคนบาดเจ็บหรือไม่ ดูรายละเอียดแต่ละเบอร์เพิ่มเติมได้ใน เบอร์ฉุกเฉินที่ผู้ขับขี่ควรรู้
ถ้ามีคนไปด้วย ให้ผู้โดยสาร แจ้งเหตุบนแผนที่ Bok200 เพื่อให้คนที่กำลังมาทางเดียวกันรู้ล่วงหน้าและชะลอความเร็ว (คนขับไม่ควรกดโทรศัพท์ระหว่างขับ)
เตรียมไว้ก่อนเกิดเหตุ
รถเสียเลือกเวลาไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะพร้อมแค่ไหน ลองเช็กว่าในรถมีของเหล่านี้หรือยัง
- ☐ ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง
- ☐ เสื้อสะท้อนแสง อย่างน้อย 1 ตัว
- ☐ ไฟฉายที่ใช้งานได้
- ☐ ยางอะไหล่ที่มีลมพอ แม่แรง และประแจถอดล้อ
- ☐ สายพ่วงแบตเตอรี่
- ☐ น้ำดื่ม และแบตเตอรี่สำรองสำหรับโทรศัพท์
- ☐ เบอร์บริการช่วยเหลือของบริษัทประกัน บันทึกไว้ในโทรศัพท์
นอกจากนี้ การตรวจรถก่อนเดินทางไกลช่วยลดโอกาสรถเสียกลางทางได้มาก ดูวิธีตรวจได้ที่ เช็กรถก่อนเดินทาง และใช้เมนู "รถของฉัน" ใน Bok200 ตั้งเตือนวันหมดอายุประกันภัยและเอกสารรถ จะได้ไม่ต้องมารู้ตอนเกิดเหตุว่าประกันขาดไปแล้ว
สรุป
- เปิดไฟฉุกเฉิน ประคองรถออกจากช่องจราจรให้เร็วที่สุด และเลี่ยงการจอดหลังโค้งหรือบนเนิน
- ทำให้รถคันอื่นเห็นด้วยไฟฉุกเฉิน ป้ายสามเหลี่ยม และเสื้อสะท้อนแสง แต่ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อไปวางป้าย
- ห้ามยืนหลังรถ ลงทางฝั่งซ้าย และพาทุกคนไปรอห่างจากตัวรถ
- โทร 1669 เมื่อมีคนเจ็บ 191 หรือ 1193 เมื่อรถกีดขวางบนถนน และเรียกรถยกจากประกันของคุณ

