การขับรถกลางคืนต่างจากกลางวันมาก แม้จะเป็นถนนเส้นเดิม เพราะเรามองเห็นได้แค่ระยะที่ไฟหน้าส่องถึง สีและระยะของสิ่งต่างๆ ดูยากขึ้น แสงไฟจากรถสวนทำให้ตาพร่า และร่างกายก็พร้อมจะง่วงตามนาฬิกาชีวิต
บทความนี้รวมสิ่งที่ช่วยให้ขับกลางคืนได้มั่นใจขึ้น ตั้งแต่การใช้ไฟ การรับมือแสงจ้า ไปจนถึงการดูแลสายตา
เปิดไฟให้ถูกเวลา
กฎหมายกำหนดว่า ในเวลาที่แสงสว่างไม่เพียงพอจะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้ชัดในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟตามที่กฎกระทรวงกำหนด (มาตรา 11 พ.ร.บ.จราจรทางบก) ฝ่าฝืนมีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท
ในทางปฏิบัติ แนะนำให้เปิดไฟหน้าตั้งแต่ ช่วงโพล้เพล้ ไม่ต้องรอให้มืดสนิท เพราะเป็นช่วงที่สายตาปรับตัวยากที่สุด และรถที่ไม่เปิดไฟจะกลืนไปกับสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ถ้าต้องจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางตอนที่มืด กฎหมายก็ให้เปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามที่กำหนดด้วย (มาตรา 61)
ไฟสูงหรือไฟต่ำ ใช้เมื่อไหร่
ไฟสูงช่วยให้มองเห็นได้ไกลขึ้นบนถนนมืด แต่ถ้าใช้ผิดจังหวะจะทำให้คนอื่นตาพร่าจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้
| สถานการณ์ | ไฟที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ถนนนอกเมืองที่มืด ไม่มีรถสวน | ไฟสูง | มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางได้ไกลขึ้น |
| มีรถสวนมา | เปลี่ยนเป็นไฟต่ำ | ไม่ให้แสงส่องเข้าตาคนขับฝั่งตรงข้าม |
| ขับตามหลังรถคันอื่นในระยะไม่ไกล | ไฟต่ำ | ไฟสูงจะสะท้อนกระจกมองหลังของคันหน้า |
| ในเมืองที่มีไฟถนนสว่าง | ไฟต่ำ | แสงพอแล้ว และมีรถหรือคนเดินเท้าจำนวนมาก |
| หมอกหรือฝนหนัก | ไฟต่ำ (และไฟตัดหมอกถ้ามี) | ไฟสูงจะสะท้อนละอองน้ำกลับมาเข้าตา |
| ทางโค้งหรือขึ้นเนิน | ไฟต่ำล่วงหน้า | รถที่สวนมาอาจโผล่มาโดยไม่ทันเห็น |
ข้อควรจำคือ ขับด้วยความเร็วที่หยุดได้ภายในระยะที่ไฟส่องถึง ถ้าใช้ไฟต่ำแล้วมองเห็นได้ไม่ไกล ก็ต้องขับช้าลงตาม
รับมือแสงไฟจ้าจากรถสวน
แสงจ้าทำให้ตาพร่าไปชั่วขณะ ช่วงนั้นเราเหมือนขับรถโดยมองไม่เห็นทาง วิธีรับมือมีดังนี้
- อย่ามองตรงไปที่ไฟหน้ารถที่สวนมา ให้เลื่อนสายตาไปทางขอบถนนหรือเส้นแบ่งช่องด้านซ้าย เพื่อใช้เป็นแนวบังคับรถ
- ลดความเร็วลงเล็กน้อย จนกว่าสายตาจะกลับมาปกติ
- อย่าตอบโต้ด้วยการเปิดไฟสูงใส่ เพราะจะทำให้ทั้งสองฝ่ายมองไม่เห็นพร้อมกัน
- ปรับกระจกมองหลังเป็นโหมดกลางคืน (กระจกที่ปรับได้หรือแบบตัดแสงอัตโนมัติ) ถ้ารถคันหลังเปิดไฟสูง
- เช็ดกระจกหน้าทั้งด้านนอกและด้านใน คราบมันและฝุ่นบนกระจกทำให้แสงแตกกระจายจนจ้ากว่าเดิม
ดูแลรถให้พร้อมสำหรับกลางคืน
- ☐ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟเลี้ยวติดครบทุกดวง
- ☐ โคมไฟหน้าใส ไม่ขุ่นเหลือง ถ้าขุ่นมากควรขัดหรือเปลี่ยน
- ☐ ไฟหน้าไม่ก้มหรือเงยผิดปกติ โดยเฉพาะหลังบรรทุกของหนักหรือเปลี่ยนหลอด
- ☐ กระจกหน้า กระจกข้าง และใบปัดน้ำฝนสะอาด
- ☐ ปรับความสว่างหน้าปัดและจอในรถให้ไม่จ้าจนรบกวนสายตา
- ☐ ถ้าติดฟิล์มกรองแสงเข้มมาก ลองเช็คว่ามองเห็นข้างนอกได้ชัดพอตอนกลางคืนหรือไม่
สายตาล้าและความง่วงตอนกลางคืน
กลางคืนเป็นช่วงที่ร่างกายอยากพัก การขับนานๆ จึงทำให้ทั้งตาล้าและง่วงเร็วกว่าปกติ
- พักเป็นระยะ ลงจากรถ ยืดเส้นยืดสาย และพักสายตา
- อย่าใส่แว่นกันแดดหรือแว่นสีเข้มตอนกลางคืน เพราะจะลดแสงที่เข้าตา
- ถ้ามองกลางคืนไม่ค่อยชัด หรือรู้สึกว่าแสงไฟแตกเป็นแฉกมากขึ้น ควรไปตรวจสายตากับแพทย์
- ระวังคนเดินถนน จักรยาน และมอเตอร์ไซค์ที่ไม่เปิดไฟ รวมถึงสัตว์ที่อาจวิ่งตัดหน้าบนถนนนอกเมือง
- ถ้าเริ่มหาวบ่อย ตาปรือ หรือจำไม่ได้ว่าผ่านมาทางไหน ให้หยุดพักทันที อ่านเพิ่มที่ หลับใน: สัญญาณเตือนและวิธีป้องกัน
💡 เปิด โหมดขับ ในแอป Bok200 หน้าจอจะไม่ดับและเตือนเมื่อขับเร็วเกินความเร็วที่ตั้งไว้ ช่วยให้ไม่เผลอขับเร็วเกินระยะที่ไฟส่องถึง ควรตั้งโทรศัพท์ไว้บนที่ยึดและลดความสว่างจอลง เพื่อไม่ให้แสงจอรบกวนสายตา
เพิ่มระยะห่างตอนกลางคืน
เพราะเรามองเห็นช้ากว่าตอนกลางวัน ควรเว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ อย่างน้อย 4 วินาทีขึ้นไป ดูวิธีนับใน กฎ 3 วินาที และต้องเผื่อมากขึ้นอีกเมื่อขับตามรถใหญ่ซึ่งบังไฟและบังสายตา
สรุป
- เปิดไฟหน้าตั้งแต่ช่วงโพล้เพล้ และเปิดไฟเมื่อมองเห็นได้ไม่ถึง 150 เมตรตามที่กฎหมายกำหนด
- ใช้ไฟสูงบนถนนมืดที่ไม่มีรถ เปลี่ยนเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถสวนหรือขับตามคันอื่น
- เจอแสงจ้าให้มองขอบถนนด้านซ้ายและลดความเร็ว ไม่ตอบโต้ด้วยไฟสูง
- เพิ่มระยะห่าง ดูแลกระจกและไฟให้สะอาด และพักเมื่อรู้สึกตาล้าหรือง่วง


