ทริปต่างประเทศที่ต้องเช่ารถขับเอง สิ่งที่ต้องเตรียมนอกจากหนังสือเดินทางคือ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (International Driving Permit หรือ IDP) ซึ่งคนไทยเรียกกันว่าใบขับขี่สากล
หลายคนเข้าใจว่าใบนี้ใช้แทนใบขับขี่ไทยได้ จริง ๆ แล้วต้องใช้คู่กัน บทความนี้สรุปว่าใครมีสิทธิ์ขอ ต้องเตรียมอะไร ขอที่ไหน และข้อควรระวังเวลาใช้ที่ต่างประเทศ
ใบขับขี่สากลคืออะไร
ใบขับขี่สากลเป็นใบอนุญาตขับรถชนิดหนึ่งตาม มาตรา 43 พ.ร.บ.รถยนต์ ข้อ (10) คือ "ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี" ออกโดยกรมการขนส่งทางบก โดยอ้างอิงจากใบขับขี่ไทยที่เราถืออยู่
พูดง่าย ๆ คือ IDP เป็นเอกสารที่ประเทศภาคีอ่านเข้าใจตรงกัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือบริษัทรถเช่าในต่างประเทศรู้ว่าเรามีใบขับขี่ไทยประเภทใด แต่ประเทศปลายทางจะยอมรับหรือมีเงื่อนไขเพิ่มอย่างไร ขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้นเอง
ใครขอได้
ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 51/1 ผู้มีสิทธิ์ขอใบขับขี่สากลคือผู้ที่ถือใบขับขี่ต่อไปนี้
- ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (ที่ไม่ใช่ใบชั่วคราว)
- ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ
- ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ใบขับขี่ชั่วคราวไม่อยู่ในรายการนี้ ถ้าถือใบชั่วคราวอยู่และใกล้ครบ 1 ปี ควรเปลี่ยนเป็นใบ 5 ปีก่อน (ดู ใบขับขี่มีกี่ชนิด) นอกจากนี้ ข้อ 7 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ ยังให้ใช้ใบอนุญาตผู้ขับรถตามกฎหมายขนส่งทางบกยื่นขอได้ด้วย และใบที่ใช้ยื่นต้องยังไม่หมดอายุ
ชาวต่างชาติที่พำนักในไทยก็ขอได้ แต่ต้องไม่ใช่ผู้ที่เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว การเล่นกีฬา หรือการเดินทางผ่าน
สรุปง่าย ๆ คือ ใบขับขี่ไทยของเราเป็นรถชนิดไหน ใบขับขี่สากลก็ครอบคลุมรถชนิดนั้น ถ้ามีทั้งใบรถยนต์และใบรถจักรยานยนต์ ให้นำไปทั้งสองใบในวันยื่น เพื่อให้เล่มครอบคลุมรถทั้งสองแบบที่เรามีสิทธิ์ขับ
เอกสารที่ต้องเตรียม
ตามข้อ 7 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ ผู้มีสัญชาติไทยเตรียมดังนี้
- ☐ ใบขับขี่ไทยตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ (ชนิดที่มีสิทธิ์ขอ)
- ☐ บัตรประจำตัวประชาชน
- ☐ รูปถ่ายขนาด 4 x 6 เซนติเมตร จำนวน 2 รูป ครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาสีเข้ม ไม่ใส่ผ้าคลุมหน้าหรือผ้าโพกศีรษะ (เว้นแต่จำเป็นตามหลักศาสนา) และถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน
- ☐ แนะนำให้นำหนังสือเดินทางไปด้วย เพื่อให้ตัวสะกดชื่อภาษาอังกฤษตรงกัน เวลาเช่ารถบริษัทมักตรวจชื่อในทุกเอกสาร
ขอที่ไหน ค่าธรรมเนียมเท่าไร
- สำนักงานขนส่ง ทั้งสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด และสาขา หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด ตาม ข้อ 12 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ จองคิวล่วงหน้าผ่าน DLT Smart Queue ได้
- เผื่อเวลา ควรยื่นล่วงหน้าก่อนวันเดินทางพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คนเดินทางต่างประเทศมาก เพราะคิวที่สำนักงานอาจเต็มเร็ว
- ช่องทางออนไลน์ มีรายงานว่าขอผ่านแอปเป๋าตังได้ตั้งแต่ปลายปี 2567 และส่งเล่มถึงบ้าน เงื่อนไขและค่าจัดส่งให้ตรวจในแอปและประกาศของกรมการขนส่งทางบกก่อนใช้งาน
- ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศ ฉบับละ 500 บาท บวกค่าคำขอ 5 บาท รวม 505 บาท ตาม ข้อ 2 กฎกระทรวงค่าธรรมเนียม
ใช้คู่กับใบขับขี่ไทยอย่างไร
เหตุผลที่ต้องพกคู่กัน คือใบขับขี่สากลออกโดยอาศัยใบขับขี่ไทยของเราเป็นฐาน และมีหน้าที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือบริษัทรถเช่าในต่างประเทศอ่านข้อมูลใบขับขี่ของเราได้ เจ้าหน้าที่หลายประเทศจึงขอดูทั้งสองฉบับพร้อมหนังสือเดินทาง ถ้าพกมาแค่ฉบับเดียว อาจถูกปฏิเสธการเช่ารถ หรือมีปัญหาเมื่อถูกเรียกตรวจ
| เรื่อง | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| เอกสารที่พก | พก IDP คู่กับใบขับขี่ไทยตัวจริง และหนังสือเดินทางเสมอ |
| ประเภทรถ | ขับได้เฉพาะประเภทรถที่ระบุในเล่ม ซึ่งอิงจากใบขับขี่ไทยที่เราถืออยู่ ถ้ามีแต่ใบรถยนต์ อย่าเช่ามอเตอร์ไซค์ขับ |
| วันหมดอายุ | ดูวันหมดอายุที่ระบุในเล่ม และตรวจว่าใบขับขี่ไทยจะไม่หมดอายุระหว่างทริป |
| กฎของประเทศปลายทาง | บางประเทศต้องใช้คำแปลหรือใบอนุญาตท้องถิ่นเพิ่ม และบริษัทรถเช่าอาจมีเงื่อนไขเรื่องอายุผู้ขับ ตรวจกับสถานทูตหรือบริษัทรถเช่าก่อนเดินทาง |
| ประกันภัย | อ่านเงื่อนไขประกันของรถเช่าว่าคุ้มครองอะไร และเราต้องรับผิดส่วนแรกเท่าไร |
เช็กลิสต์ก่อนออกเดินทาง
- ☐ ตรวจว่าประเทศปลายทางขับรถชิดซ้ายหรือชิดขวา และฝึกนึกภาพการเลี้ยวและการเข้าวงเวียนไว้ก่อน
- ☐ ศึกษาป้ายจราจร หน่วยความเร็ว และกฎเรื่องแอลกอฮอล์ของประเทศนั้น ซึ่งอาจเข้มกว่าไทย
- ☐ ถ้าเดินทางกับเด็ก ตรวจกฎเรื่องที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และจองที่นั่งเด็กกับบริษัทรถเช่าล่วงหน้า
- ☐ อ่านเงื่อนไขประกันการเดินทาง ว่าคุ้มครองการขับรถหรือขี่รถจักรยานยนต์หรือไม่
- ☐ จดเบอร์ฉุกเฉินของประเทศปลายทาง และช่องทางติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย
- ☐ ถ่ายสำเนาใบขับขี่ไทย ใบขับขี่สากล และหนังสือเดินทางเก็บแยกไว้ เผื่อเอกสารหาย
ใบขับขี่สากลหายระหว่างทริป ให้แจ้งตำรวจท้องถิ่นเพื่อเก็บหลักฐาน แล้วติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยถ้าต้องการความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นไม่ควรขับรถต่อถ้ากฎของประเทศนั้นกำหนดให้ต้องมีใบขับขี่สากล เมื่อกลับไทยแล้วจึงติดต่อสำนักงานขนส่งเรื่องขอใหม่
จะไปอยู่ต่างประเทศนาน ใบขับขี่สากลเหมาะกับการเดินทางระยะสั้น ถ้าจะไปเรียนหรือทำงานเป็นเวลานาน หลายประเทศกำหนดให้เปลี่ยนเป็นใบขับขี่ของประเทศนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ตรวจกฎของประเทศปลายทางตั้งแต่ก่อนเดินทาง
ถ้าใบขับขี่ไทยที่ถืออยู่เป็นใบรถยนต์อย่างเดียว ใบขับขี่สากลก็จะไม่ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ การขี่โดยไม่มีสิทธิ์ อาจทำให้ประกันไม่คุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ ถ้าวางแผนจะขี่ ควรมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไทยก่อนแล้วจึงขอใบขับขี่สากล
ฝั่งชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยก็ใช้หลักคล้ายกัน คือขอใบขับขี่ไทยใหม่ไม่ได้ ต้องใช้ใบขับขี่สากล หรือใบขับขี่ของประเทศตนในกรณีที่ประเทศนั้นมีความตกลงยอมรับใบขับขี่กับไทย ตาม มาตรา 42 ทวิ และต้องพกเอกสารตามความตกลงไว้แสดงต่อเจ้าพนักงาน
💡 ทำใบขับขี่สากลล่วงหน้าหลายสัปดาห์ก่อนเดินทาง และเช็กวันหมดอายุใบขับขี่ไทยใน "รถของฉัน" ของแอป Bok200 ถ้าใบไทยใกล้หมด ให้ต่ออายุก่อน เพราะใบ 5 ปียื่นต่อได้ล่วงหน้าไม่เกิน 6 เดือน
สรุป
- ใบขับขี่สากลต้องใช้คู่กับใบขับขี่ไทยตัวจริงเสมอ ใช้แทนกันไม่ได้
- ผู้ถือใบ 5 ปีหรือใบสาธารณะที่ยังไม่หมดอายุขอได้ ใบชั่วคราวไม่อยู่ในรายการผู้มีสิทธิ์ขอ
- เตรียมบัตรประชาชน ใบขับขี่ไทย และรูปถ่าย 4 x 6 ซม. 2 รูป ค่าธรรมเนียมรวม 505 บาท
- ตรวจกฎของประเทศปลายทางและเงื่อนไขบริษัทรถเช่าก่อนออกเดินทาง


