Bok200 บอกด่าน

บทความ › ภาษี · พ.ร.บ. · ใบขับขี่

ใบขับขี่สากล (IDP) ใครขอได้ ขอที่ไหน ใช้คู่กับใบขับขี่ไทยอย่างไร

จะไปขับรถต่างประเทศต้องรู้เรื่องใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ ใครมีสิทธิ์ขอ เอกสารและรูปถ่าย ค่าธรรมเนียม 505 บาท ขอที่ไหน และทำไมต้องพกคู่กับใบขับขี่ไทยตัวจริง

เผยแพร่ 26 ต.ค. 2569อัปเดต 19 ต.ค. 2569อ่าน 1 ครั้ง
⚠️ เนื้อหาฉบับร่าง ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้เชี่ยวชาญ — โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐก่อนใช้อ้างอิง
แชร์บทความFacebookLINEXThreads

ทริปต่างประเทศที่ต้องเช่ารถขับเอง สิ่งที่ต้องเตรียมนอกจากหนังสือเดินทางคือ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (International Driving Permit หรือ IDP) ซึ่งคนไทยเรียกกันว่าใบขับขี่สากล

หลายคนเข้าใจว่าใบนี้ใช้แทนใบขับขี่ไทยได้ จริง ๆ แล้วต้องใช้คู่กัน บทความนี้สรุปว่าใครมีสิทธิ์ขอ ต้องเตรียมอะไร ขอที่ไหน และข้อควรระวังเวลาใช้ที่ต่างประเทศ

ใบขับขี่สากลคืออะไร

ใบขับขี่สากลเป็นใบอนุญาตขับรถชนิดหนึ่งตาม มาตรา 43 พ.ร.บ.รถยนต์ ข้อ (10) คือ "ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี" ออกโดยกรมการขนส่งทางบก โดยอ้างอิงจากใบขับขี่ไทยที่เราถืออยู่

พูดง่าย ๆ คือ IDP เป็นเอกสารที่ประเทศภาคีอ่านเข้าใจตรงกัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือบริษัทรถเช่าในต่างประเทศรู้ว่าเรามีใบขับขี่ไทยประเภทใด แต่ประเทศปลายทางจะยอมรับหรือมีเงื่อนไขเพิ่มอย่างไร ขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้นเอง

ใครขอได้

ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 51/1 ผู้มีสิทธิ์ขอใบขับขี่สากลคือผู้ที่ถือใบขับขี่ต่อไปนี้

ใบขับขี่ชั่วคราวไม่อยู่ในรายการนี้ ถ้าถือใบชั่วคราวอยู่และใกล้ครบ 1 ปี ควรเปลี่ยนเป็นใบ 5 ปีก่อน (ดู ใบขับขี่มีกี่ชนิด) นอกจากนี้ ข้อ 7 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ ยังให้ใช้ใบอนุญาตผู้ขับรถตามกฎหมายขนส่งทางบกยื่นขอได้ด้วย และใบที่ใช้ยื่นต้องยังไม่หมดอายุ

ชาวต่างชาติที่พำนักในไทยก็ขอได้ แต่ต้องไม่ใช่ผู้ที่เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว การเล่นกีฬา หรือการเดินทางผ่าน

สรุปง่าย ๆ คือ ใบขับขี่ไทยของเราเป็นรถชนิดไหน ใบขับขี่สากลก็ครอบคลุมรถชนิดนั้น ถ้ามีทั้งใบรถยนต์และใบรถจักรยานยนต์ ให้นำไปทั้งสองใบในวันยื่น เพื่อให้เล่มครอบคลุมรถทั้งสองแบบที่เรามีสิทธิ์ขับ

เอกสารที่ต้องเตรียม

ตามข้อ 7 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ ผู้มีสัญชาติไทยเตรียมดังนี้

ขอที่ไหน ค่าธรรมเนียมเท่าไร

ใช้คู่กับใบขับขี่ไทยอย่างไร

เหตุผลที่ต้องพกคู่กัน คือใบขับขี่สากลออกโดยอาศัยใบขับขี่ไทยของเราเป็นฐาน และมีหน้าที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือบริษัทรถเช่าในต่างประเทศอ่านข้อมูลใบขับขี่ของเราได้ เจ้าหน้าที่หลายประเทศจึงขอดูทั้งสองฉบับพร้อมหนังสือเดินทาง ถ้าพกมาแค่ฉบับเดียว อาจถูกปฏิเสธการเช่ารถ หรือมีปัญหาเมื่อถูกเรียกตรวจ

เรื่อง สิ่งที่ควรทำ
เอกสารที่พก พก IDP คู่กับใบขับขี่ไทยตัวจริง และหนังสือเดินทางเสมอ
ประเภทรถ ขับได้เฉพาะประเภทรถที่ระบุในเล่ม ซึ่งอิงจากใบขับขี่ไทยที่เราถืออยู่ ถ้ามีแต่ใบรถยนต์ อย่าเช่ามอเตอร์ไซค์ขับ
วันหมดอายุ ดูวันหมดอายุที่ระบุในเล่ม และตรวจว่าใบขับขี่ไทยจะไม่หมดอายุระหว่างทริป
กฎของประเทศปลายทาง บางประเทศต้องใช้คำแปลหรือใบอนุญาตท้องถิ่นเพิ่ม และบริษัทรถเช่าอาจมีเงื่อนไขเรื่องอายุผู้ขับ ตรวจกับสถานทูตหรือบริษัทรถเช่าก่อนเดินทาง
ประกันภัย อ่านเงื่อนไขประกันของรถเช่าว่าคุ้มครองอะไร และเราต้องรับผิดส่วนแรกเท่าไร

เช็กลิสต์ก่อนออกเดินทาง

ใบขับขี่สากลหายระหว่างทริป ให้แจ้งตำรวจท้องถิ่นเพื่อเก็บหลักฐาน แล้วติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยถ้าต้องการความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นไม่ควรขับรถต่อถ้ากฎของประเทศนั้นกำหนดให้ต้องมีใบขับขี่สากล เมื่อกลับไทยแล้วจึงติดต่อสำนักงานขนส่งเรื่องขอใหม่

จะไปอยู่ต่างประเทศนาน ใบขับขี่สากลเหมาะกับการเดินทางระยะสั้น ถ้าจะไปเรียนหรือทำงานเป็นเวลานาน หลายประเทศกำหนดให้เปลี่ยนเป็นใบขับขี่ของประเทศนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ตรวจกฎของประเทศปลายทางตั้งแต่ก่อนเดินทาง

ถ้าใบขับขี่ไทยที่ถืออยู่เป็นใบรถยนต์อย่างเดียว ใบขับขี่สากลก็จะไม่ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ การขี่โดยไม่มีสิทธิ์ อาจทำให้ประกันไม่คุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ ถ้าวางแผนจะขี่ ควรมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไทยก่อนแล้วจึงขอใบขับขี่สากล

ฝั่งชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยก็ใช้หลักคล้ายกัน คือขอใบขับขี่ไทยใหม่ไม่ได้ ต้องใช้ใบขับขี่สากล หรือใบขับขี่ของประเทศตนในกรณีที่ประเทศนั้นมีความตกลงยอมรับใบขับขี่กับไทย ตาม มาตรา 42 ทวิ และต้องพกเอกสารตามความตกลงไว้แสดงต่อเจ้าพนักงาน

💡 ทำใบขับขี่สากลล่วงหน้าหลายสัปดาห์ก่อนเดินทาง และเช็กวันหมดอายุใบขับขี่ไทยใน "รถของฉัน" ของแอป Bok200 ถ้าใบไทยใกล้หมด ให้ต่ออายุก่อน เพราะใบ 5 ปียื่นต่อได้ล่วงหน้าไม่เกิน 6 เดือน

สรุป

🚗 บันทึกวันหมดอายุในแอป ให้เราช่วยเตือน
แชร์บทความFacebookLINEXThreads
แหล่งอ้างอิง