การทำใบขับขี่ครั้งแรกดูเหมือนมีหลายขั้น แต่ถ้าเตรียมตัวถูกลำดับก็จบได้ไม่ยาก ใบแรกที่ทุกคนได้คือใบขับขี่ชั่วคราว อายุ 2 ปี ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และต้องขอแยกกันคนละใบ เพราะใบรถยนต์ใช้ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ได้
บทความนี้ไล่ตั้งแต่เช็กคุณสมบัติ เอกสาร การอบรม การสอบ ไปจนถึงค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง ส่วนรายละเอียดการสอบแต่ละด่าน อ่านต่อได้ในบทความ เตรียมสอบข้อเขียน และ สอบขับภาคปฏิบัติ
เช็กคุณสมบัติก่อนเริ่ม
ตาม มาตรา 46 พ.ร.บ.รถยนต์ ผู้ขอใบขับขี่ชั่วคราวต้อง
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กตามที่กฎกระทรวงกำหนด ขอได้ตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์
- มีความรู้ความสามารถในการขับรถ และรู้ข้อบังคับการเดินรถ
- ไม่พิการจนขับรถไม่ได้ ไม่มีโรคที่แพทย์เห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับ และไม่วิกลจริต
- ไม่มีใบขับขี่ชนิดเดียวกันอยู่แล้ว และไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรือพักใช้ใบขับขี่
- ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบขับขี่ (ที่ไม่ใช่เพราะเรื่องอายุ) ต้องพ้น 3 ปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน
เอกสารที่ต้องเตรียม
ตาม ข้อ 3 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ ผู้มีสัญชาติไทยเตรียมดังนี้
- ☐ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
- ☐ ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภากำหนด ใช้ได้ตามอายุที่แพทย์ระบุ ถ้าแพทย์ไม่ได้ระบุ ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือนนับแต่วันที่ออก
- ☐ หลักฐานผ่านการอบรม จากกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง
- ☐ ถ้าจะขับบิ๊กไบค์ (ตั้งแต่ 400 ซีซี หรือ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป) ต้องมีหลักฐานการอบรมและทดสอบเพิ่มเติมตามประกาศของอธิบดี
- ☐ ถ้ามีใบอนุญาตผู้ขับรถตามกฎหมายขนส่ง หรือใบขับขี่ที่ออกในต่างประเทศซึ่งยังไม่หมดอายุ ให้นำไปด้วย
เรื่องใบรับรองแพทย์ ให้ขอจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ออกใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภากำหนด ซึ่งแพทย์ต้องรับรองว่าไม่มีโรคหรือสภาวะที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน แบบฟอร์มเก่าที่เคยใช้กันมาก่อนปี 2564 ใช้ไม่ได้แล้ว และควรนัดตรวจให้ใกล้วันไปสำนักงานขนส่ง เพื่อไม่ให้ใบรับรองเกิน 1 เดือนก่อนถึงวันนัด
ขั้นตอนทีละขั้น
- จองคิว ผ่านแอป DLT Smart Queue เลือกสำนักงาน บริการ วัน และเวลา แล้วเก็บ QR ไว้แสดงในวันนัด
- อบรม 5 ชั่วโมง ตามหลักสูตรของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและมารยาทในการขับรถ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การขับรถอย่างปลอดภัย และการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อบรมได้ที่สำนักงานขนส่งหรือโรงเรียนสอนขับรถที่รับรอง ส่วนการอบรมออนไลน์ใช้ได้กับบางกรณีเท่านั้น ควรตรวจกับสำนักงานก่อนจองคิว
- ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่ ทดสอบปฏิกิริยาด้วยการเหยียบเบรก (ต้องไม่เกิน 0.75 วินาที ผ่าน 2 ใน 3 ครั้ง) และทดสอบสายตา คือ สายตาทางกว้าง สายตาทางลึก และตาบอดสี
- สอบข้อเขียน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 (ข้อสอบ 50 ข้อ ต้องถูกอย่างน้อย 45 ข้อ)
- สอบขับรถ ในสนามสอบ ตามท่าที่สนามกำหนด
- ชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูป และรับบัตร
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ข้อ 9 กฎกระทรวงใบอนุญาตขับรถ กำหนดไว้ คือต้องผ่านการอบรม การทดสอบความรู้และความสามารถในการขับรถ และการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
เตรียมตัวก่อนวันไปสำนักงานขนส่ง
- ตรวจวันออกใบรับรองแพทย์อีกครั้ง ว่ายังไม่เกิน 1 เดือนในวันที่ไปยื่น
- ถ้าใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์เป็นประจำ ให้ใส่ไปด้วย เพราะต้องทดสอบสายตา
- พักผ่อนให้เพียงพอ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวันสอบ เพราะวันเดียวกันอาจต้องทั้งทดสอบร่างกาย สอบข้อเขียน และสอบขับ
- แต่งกายสุภาพ ใส่รองเท้าที่เหยียบคันเร่งและเบรกได้มั่นคง
- ไปถึงก่อนเวลาที่จองไว้ และเตรียมเงินค่าธรรมเนียมให้พร้อม
ค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง
| รายการ | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|
| ค่าคำขอ | 5 บาท |
| ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) | 200 บาท |
| ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) | 100 บาท |
| ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี) เมื่อเปลี่ยนจากใบชั่วคราว | 500 บาท |
| ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี) | 250 บาท |
ดังนั้นใบชั่วคราวรถยนต์จ่ายรวมค่าคำขอ 205 บาท และรถจักรยานยนต์ 105 บาท ตาม ข้อ 2 กฎกระทรวงค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์และค่าเรียนโรงเรียนสอนขับรถ ซึ่งแต่ละแห่งกำหนดเอง ก่อนไปให้ตรวจอัตราล่าสุดกับสำนักงานขนส่งด้วย (ตัวเลขนี้มาจากกฎกระทรวงฉบับรวมแก้ไขถึงปี 2564 — บางแหล่งข่าวรายงานอัตราที่เก็บจริงต่ำกว่านี้ สอบถามอัตราล่าสุดได้ที่สายด่วน 1584)
ถ้าสอบไม่ผ่าน
ไม่ต้องกังวลจนเกินไป สำนักงานขนส่งเปิดให้สอบแก้ตัวได้ตามวันที่นัด ภายในระยะเวลาที่ประกาศกรมการขนส่งทางบกกำหนด ถ้าเลยกำหนดต้องยื่นคำขอใหม่ จึงควรถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดว่าต้องกลับมาสอบเมื่อไร และเก็บเอกสารนัดไว้ให้ดี
หลังได้ใบชั่วคราวแล้ว
- ใบชั่วคราวมีอายุ 2 ปี เมื่อถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปียื่นเปลี่ยนเป็นใบ 5 ปีได้ ดูรายละเอียดใน ใบขับขี่มีกี่ชนิด
- ผู้ถือใบชั่วคราวใช้เกณฑ์แอลกอฮอล์เข้มกว่าคนทั่วไป คือเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเมาสุรา (ข้อ 6 กฎกระทรวงการทดสอบแอลกอฮอล์) จึงไม่ควรดื่มเลยก่อนขับ
- ทำผิดซ้ำหลายครั้งระหว่างถือใบชั่วคราวอาจกระทบการขอใบ 5 ปี ตาม มาตรา 47
- พกใบขับขี่และสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถทุกครั้งที่ขับ ตาม มาตรา 42
💡 วันที่ได้บัตร ให้บันทึกวันหมดอายุใน "รถของฉัน" ของแอป Bok200 ไว้เลย แอปจะเตือนก่อนหมดอายุ และระหว่างรอคิวสอบ ลองทำ quiz กฎจราจรประจำวันกับดูวิดีโอเตรียมสอบในหมวดเรียนรู้ได้
สรุป
- ใบแรกคือใบชั่วคราว 2 ปี ผู้ขอต้องอายุ 18 ปีบริบูรณ์ (รถจักรยานยนต์ขนาดเล็กตามที่กฎกระทรวงกำหนด 15 ปี)
- เตรียมบัตรประชาชนและใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภาที่ยังไม่เกิน 1 เดือน แล้วจองคิวผ่าน DLT Smart Queue
- ลำดับคือ อบรม 5 ชั่วโมง ทดสอบร่างกาย สอบข้อเขียน (ผ่านร้อยละ 90) และสอบขับ
- ค่าธรรมเนียมรวมค่าคำขอ: รถยนต์ชั่วคราว 205 บาท รถจักรยานยนต์ชั่วคราว 105 บาท


